ความต่อเนื่องทางธุรกิจ
BCP/DRP (แผนความต่อเนื่องและกู้คืนระบบ)
Business Continuity Plan / Disaster Recovery Plan
BCP defines how the business keeps operating during a crisis. DRP defines how IT systems are restored.
BCP กับ DRP ต่างกันอย่างไร
BCP (Business Continuity Plan) — ธุรกิจจะทำงานต่อได้อย่างไรเมื่อระบบล่ม เช่น ใครติดต่อลูกค้า ทำงานจากที่ไหน ใช้ระบบสำรองอะไร
DRP (Disaster Recovery Plan) — กู้คืนเซิร์ฟเวอร์ ข้อมูล และแอปพลิเคชันกลับมาใช้งานได้เร็วแค่ไหน
การซักซ้อน (Drill) สำคัญ
แผนที่เขียนไว้แต่ไม่เคยลองทำ มักใช้ไม่ได้จริงเมื่อเกิด Ransomware หรือไฟไหม้ห้องเซิร์ฟเวอร์ การซักซ้อมอย่างน้อยปีละครั้งช่วยให้รู้จุดอ่อนก่อนเกิดเหตุจริง
ทำไมบริษัทประกันถึงถามเรื่องนี้
บริษัทประกันมักขอดูแผน BCP/DRP ประกอบการพิจารณา และใช้กำหนดระยะเวลาคุ้มครอง Business Interruption สูงสุด เพราะธุรกิจที่มีแผนกู้คืนชัดเจนและซักซ้อมจริงจะหยุดชะงักสั้นกว่า ความสูญเสียจากการหยุดดำเนินงานจึงต่ำกว่า ส่งผลต่อเงื่อนไขและวงเงินคุ้มครอง
เช็คตัวเอง
ธุรกิจของคุณมีแผน BCP/DRP ที่เป็นลายลักษณ์อักษร และเคยซักซ้อม (Drill) ภายใน 12 เดือนที่ผ่านมาแล้วหรือยัง?
ทำแบบประเมินความพร้อม 18 ข้อคำถามที่พบบ่อย
BCP กับ DRP ต่างกันอย่างไร
BCP มองภาพรวมว่าธุรกิจจะเดินหน้าต่ออย่างไรเมื่อเกิดวิกฤต (คน สถานที่ กระบวนการ) ส่วน DRP เจาะจงที่การกู้คืนระบบไอที ข้อมูล และแอปพลิเคชันให้กลับมาใช้งานได้
SME ต้องมีแผนที่ซับซ้อนไหม
ไม่จำเป็น — เริ่มจากเอกสารสั้นๆ ที่ระบุผู้รับผิดชอบ ลำดับการกู้คืนระบบสำคัญ ข้อมูลสำรองอยู่ที่ไหน และเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน ก็ดีกว่าไม่มีแผนเลย
ทำไมต้องซักซ้อมแผน
แผนที่เขียนไว้แต่ไม่เคยลองทำ มักใช้ไม่ได้จริงเมื่อเกิดเหตุ การซักซ้อมอย่างน้อยปีละครั้งช่วยให้พบจุดอ่อน เช่น ข้อมูลสำรองกู้คืนไม่ได้จริง ก่อนที่จะสายเกินไป