การจัดการช่องโหว่
การสแกนช่องโหว่และทดสอบเจาะระบบ (Vulnerability Scan / Pentest)
Vulnerability Scan / Penetration Test
A vulnerability scan automatically finds weaknesses; a penetration test simulates a real attack by experts to uncover gaps before hackers do.
ทำไมต้องตรวจหาช่องโหว่
ระบบทุกระบบมีจุดอ่อนที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเมื่อมีการอัปเดตหรือเพิ่มบริการ การตรวจเชิงรุกช่วยให้พบและปิดช่องโหว่ก่อนที่แฮกเกอร์จะใช้ประโยชน์
เริ่มต้นสำหรับ SME
- เริ่มจาก Vulnerability Scan อัตโนมัติกับระบบที่เปิดสู่อินเทอร์เน็ต
- ทำ Pentest กับระบบที่เก็บข้อมูลสำคัญหรือรับชำระเงิน
- เก็บรายงานและติดตามการแก้ไขเป็นหลักฐานประกอบการทำประกัน
ทำไมบริษัทประกันถึงถามเรื่องนี้
การตรวจหาช่องโหว่อย่างสม่ำเสมอแสดงว่าองค์กรค้นหาและแก้จุดอ่อนเชิงรุก ไม่ใช่รอให้ถูกโจมตีก่อน บริษัทประกันใช้สิ่งนี้ประเมินวุฒิภาวะด้านความปลอดภัย องค์กรที่ทำ Scan/Pentest อย่างน้อยปีละครั้งมักได้เงื่อนไขที่ดีกว่า
เช็คตัวเอง
องค์กรของคุณทำ Vulnerability Scan หรือ Penetration Test อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และมีการติดตามแก้ไขช่องโหว่ที่พบแล้วหรือยัง?
ทำแบบประเมินความพร้อม 18 ข้อคำถามที่พบบ่อย
Vulnerability Scan ต่างจาก Pentest อย่างไร
Scan เป็นการตรวจอัตโนมัติที่ทำได้บ่อยและครอบคลุมกว้าง ส่วน Pentest ใช้ผู้เชี่ยวชาญจำลองการโจมตีเชิงลึกเพื่อทดสอบว่าช่องโหว่ถูกใช้ประโยชน์ได้จริงหรือไม่
SME ควรทำบ่อยแค่ไหน
อย่างน้อยปีละครั้ง และควรทำเพิ่มเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระบบสำคัญ เช่น เปิดบริการใหม่ ย้ายระบบขึ้นคลาวด์ หรือปรับโครงสร้างเครือข่าย
พบช่องโหว่แล้วต้องทำอะไรต่อ
จัดลำดับตามความรุนแรง วางแผนแก้ไข (แพตช์หรือปรับตั้งค่า) และตรวจซ้ำเพื่อยืนยันว่าปิดช่องโหว่ได้จริง การพบแต่ไม่แก้ไม่ช่วยลดความเสี่ยง